บล็อก, เขียนบล็อก, สร้างบล็อก, เว็บบล็อก, บล็อก, ไดอารี่, เขียนไดอารี่, เขียน blog, blog, weblog, blogger, space, diary การศึกษาบ้านเรา กับความเครียดของน้องๆ.. , เมื่อเช้าดูข่าวเรื่องการจับฉลากของเด็กนักเรียน เพื่อเข้าเรียนต่อในโรงเรียนชื่อดังๆ ของรัฐ ดูแล้วก็รู้สึกสลดใจกับการศึกษาบ้านเรา เพราะเห็นน้องๆ หลายคนร้องไห้เพราะจับฉลากเข้าเรียนไม่ได้ คนที่จับได้ กองเชียร์ก็ส่งเสียงเฮลั่น ปรบมือกันสนั่นหวั่นไหวน้องๆ ที่ไปจับฉลากเรียนต่อ ตามข่าวเป็นน้องๆ ที่จบ ป.6 เข้าเรียนต่อ ม.1 และ โอกาสที่น้องๆ จะจับฉลากได้เข้าเรียนต่อในโรงเรียนรัฐ [ชื่อก็ไม่ดังมาก] สูงถึง 20:1 ตามภาพข่าวน้องๆ เดินเข้าแถวขึ้นเวทีมาทีละคน ทุกคนได้สิทธิ์ในการล้วงเข้าไปในกล่อง ..กล่องที่จะตัดสินอนาคตของพวกเขา ตามความเชื่อของพ่อ-แม่ หรือผู้ใหญ่หลายคน ถ้าพวกเขาเข้าเรียนต่อในโรงเรียนเหล่านี้ได้ อนาคตพวกเขาน่าจะสดใส มีการงานที่ดีทำ [หรือเปล่า?]น้องๆ ส่วนใหญ่ล้วงเข้าไปในกล่อง ก็จะได้แต่บัตรสีแดง ต่างหน้าเศร้า คอตก ชูบัตรให้ทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องประชุมเห็น แฟลชจากนักข่าวที่ไปทำข่าวก็แฟลชกันหลายครั้งผมมานั่งคิดดูว่า ถ้าผมต้องอยู่ในสถานการณ์นั้น ผมคงรู้สึกกดดันและเครียดมาก มันอะไรกันนักกันหนา กับเด็กอยาก 12-13 ปี (หรืออาจยิ่งแย่ไปกว่านั้น สำหรับน้องๆ ที่เข้าเรียน ป.1 อายุเพียง 6-7 ขวบ) ข่าวได้นำเสนอบรรยากาศภายนอก น้องๆ ที่จับฉลากไม่ได้เข้าเรียนต่อ ต่างร้องไห้ ผู้ปกครองหลายคน หน้าตาคร่ำเครียด เพราะลูกตัวเองจับฉลากเข้าเรียนต่อไม่ได้ลองนึกถึงหัวอกเด็กๆ เหล่านั้น ที่เห็นพ่อ-แม่ตัวเอง สีหน้าเปลี่ยนไป คร่ำเครียด เพราะน้องๆ จับฉลากเข้าเรียนต่อไม่ได้ พวกเขาจะรู้สึกอย่างไร? น้องๆ ตัวนิดเดียวต้องมาแบกรับความเครียด อายุก็เพิ่งจะ 12-13 ขวบเท่านั้นเอง ต้องมาแบกรับความกดดัน น้องที่จับฉลากเข้าเรียนต่อไม่ได้ ก็คงนั่นร้องไห้ไป 2-3 วัน ..เฮ้อผมคงไม่มีคำตอบให้กับเรื่องนี้หรอกนะครับ แต่ผมอยากบอกว่า "พี่ขอเป็นกำลังใจให้กับน้องๆ ทุกคน และขอให้ทุกคนเป็นคนดีของสังคม"

myFri3nd

สมัครสมาชิก

โปรไฟล์

เพื่อนอัพเดท

เพื่อนพันธุ์แท้

เพื่อนชื่นชอบ

เพื่อนเยอะ

อัลบั้มรูป

บล็อก

คลับ

โรงเรียน-มหาวิทยาลัย

บริษัท-เพื่อนร่วมก๊วน

บ้านและครอบครัว

แฟนคลับ

งานอดิเรก

กีฬา

เว็บบอร์ด

คุยทั่วไป

ตกแต่ง

ฝากเว็บ

ติดต่อเรา

game เกมส์