บล็อก, เขียนบล็อก, สร้างบล็อก, เว็บบล็อก, บล็อก, ไดอารี่, เขียนไดอารี่, เขียน blog, blog, weblog, blogger, space, diary เพื่อนของผมที่ชื่อ "ไมโล" , เค้าว่าถ้าอยากรู้ว่าสุนัขอายุเท่าไหร่เมื่อเทียบกับอายุคน ก็ให้เอา 7 มาคูณ..เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ผมไปซื้อสุนัขมาตัวหนึ่งพันธุ์ค๊อกเกอร์สแปเนียลจากตลาดนัดจตุจักร ผมตั้งชื่อให้มันว่า "ไมโล" เพราะสีของมันเหมือนสีไมโล (เครื่องดื่มรสช็อคโกแลตมอล์ตที่เด็กๆ ชื่นชอบ) "ไมโล" เป็นสุนัขเพศเมีย หลายคนชอบถามผมว่าทำไมผมถึงเลือกสุนัขเพศเมีย?  จริงๆ แล้วตอนที่ผมซื้อมันมา ผมไม่รู้หรือไม่สนใจหรอกว่ามันเพศอะไร? ผมเลือกลูกสุนัขตัวนี้ เพราะตอนนี้ผมเข้าไปหามัน มันเป็นตัวเดียวในคลอกที่กระดี๊กระด้า เมื่อผมเข้าใกล้เมื่อ 11 ปีทีแล้ว ก่อนผมแต่งงาน ผมมี "ไมโล" ตัวนี้แหล่ะที่เป็นเพื่อนผม ผมอยู่กับมันที่บ้านกันสองคน (1 คนกับอีก 1 ตัว) บ้านผมเป็นบ้านเดี่ยว พื้นที่ 101 ตารางวา ก็เรียกว่าขนาดพอใช้ได้ มีพื้นที่ให้มันวิ่งเล่นได้สบายเมื่อก่อน (เดี๋ยวนี้ก็ด้วย) ผมไม่ค่อยอยู่บ้านหรอก ผมทำงานออฟฟิต ออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้าทุกวัน กว่าจะกลับก็ต้องมี 2 ทุ่ม เมื่อก่อนกลับมาจะมีเวลาพามันไปเดินเล่น ถึงแม้นจะดึกแล้วก็ตาม ชาวบ้านแถวนั้นคงว่าผมบ้าเหมือนกัน ที่พาสุนัขเดินอยู่ได้ดึกๆ ดื่นๆ แต่เมื่อก่อนคนโสดที่อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีอะไรทำ แล้วไม่ค่อยจะสังคมกับใครเท่าไหร่ ก็ได้แต่มีสุนัขเป็นเพื่อน ...เพราะรู้ว่ามันรอผมกลับมาบ้านทุกวัน แล้วให้อาหารมันคนแถวนั้นจะรู้จักบ้านผมว่า "บ้านไมโล" ...555+ เจ้าของบ้านไม่รู้จัก แต่รู้จักว่าเป็นบ้านของสุนัข ชื่อ "ไมโล"มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ (ทำ ป.เอก) อยู่ 1 ปี ช่วงนั้น "ไมโล" ต้องไปอยู่ที่บ้านพี่ชายผม และมันก็เสียความบริสุทธิ์ (555+) ให้กับสุนัขแถวนั้น และตั้งท้องและ "ไมโล" ก็คลอดลูกพร้อมๆ กับที่ลูกชายผมเกิดมา ผมไม่รู้หรอกว่ามันคลอดออกมากี่ตัว? แต่ลูกของมันทุกตัวก็ให้คนอื่นไปเลี้ยงหมด รู้สึกสงสารมันเหมือนกัน แต่ด้วยที่ผมไม่ได้อยู่เมืองไทย และก็คงไม่มีความสามารถที่จะดูแลทุกตัวได้ด้วย ผมก็คิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผม ไมโล และลูกของมันทุกตัวพอผมกลับมาเมืองไทย ภาระผมก็มากขึ้น ต้องให้เวลากับครอบครับ-ลูก-พ่อ-แม่ จนรู้สึกเหมือนกันว่าไม่ค่อยมีเวลาได้เล่นกับ "ไมโล" เหมือนเมื่อก่อนเท่าไหร่นักและเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้ว ผมก็รู้สึกว่า "ไมโล" มันแก่มาก ตามันเริ่มไม่ค่อยดี หูก็ไม่ค่อยได้ยิน เดินก็เชื่องช้าลง ควบคุมปัสสาวะก็ไม่ได้  ..ผมยังบ่นกับแฟนผมอยู่บ่อยๆ ว่ามันแก่มาก และรู้สึกสงสารมัน (สังขารของสัตว์โลกทุกตัว ก็ไม่มีใครหนึพ้นหรอก สักวันเราทุกคนก็ต้องแก่)และเมื่อต้นเดือนนี้ อาการมันไม่ค่อยดีเอามากๆ ตาตก ปากห้อย เหมือนคนที่เป็นอัมพาตบนใบหน้าไปซีกหนึ่ง พอตาไม่ดี ขาก็เจ็บ มีแผลที่ขา2-3 วันจากนั้น มันก็จากผมไป นอนตายสิ้นลมอย่างสงบในกรงของมัน ในวันที่ 7 มิถุนายน 2551 อายุรวมได้ประมาณ 11 ปี หรือถ้านับเป็นอายุคนก็ประมาณ 75 ปีได้ ใจหนึ่งก็รู้สึกเสียใจที่เสียเพื่อนรัก-สุนัขรับใช้ (เฝ้าบ้าน) ไป แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจที่มันไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับสังขารมันนาน และสิ้นลมอย่างสงบ"ไมโล" ข้าขอให้เจ้าไปดี และชาติหน้าถ้าเรามีบุญร่วมกัน คงได้เจอกันอีก... งานกล้วยไม้นานาชาติที่สยามพาราก้อน , เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (16 มิ.ย.) ไปเที่ยวสยามพาราก้อนมา รถติดมากๆๆๆๆๆ กว่าจะขับรถเข้าไปหาที่จอดได้เสียเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงอาทิตย์นี้ สยามพาราก้อนมีงานกล้วยไม้นานาชาติด้วย เลยเอารูปกล้วยไม้สวยๆ มาฝากส่วนแต่ละดอกชื่อเรียกอะไร อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน ^^แถมด้วยรูปครอบครับที่ไปถ่ายมาด้วย การคิดในกรอบ vs. การคิดนอกกรอบ , ทุกวันนี้เราอยู่ในกรอบ เราเลยต้องอยู่แบบนี้ อยู่แค่นี้ อยู่แบบชินๆ ชาๆ กับของเดิมๆ งานเดิมๆ เคยคิดกันบ้างไหมครับว่า คนที่เขารวยเขาทำยังไง คนรวยกับคนจน ต่างกันที่..."ความคิด" คนรวยเขาจะคิดว่าจะทำยังไงเราถึงจะได้สิ่งนั้นมา เช่น คิดว่าจะอะไรใหม่ๆ ค้นคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แนวทางใหม่ๆ เพื่อที่จะได้นำไปขาย ให้ได้เงินมาแต่คนจนคิดว่ารอดีกว่าเดี๋ยวมันก็มาหาเอง เช่น อยู่เฉยๆ ทำไปวันๆ เช้าชาม-เย็นชาม รอวันเงินเดือนออก การคิดในกรอบ vs. การคิดนอกกรอบจากรูปที่ 1 เราจะเห็นว่า ความฝันที่เราตั้งเป้าไว้ในอนาคต บางคนอยากมีบ้าน มีรถ มีเงินเยอะๆ อยากให้คนที่เรารักสบาย แต่ถ้าเรายังคิดอยู่ในกรอบ อยู่แต่ในโลกแห่งความจริง ความฝันที่ตั้งไว้นั้น ก็จะอยู่อีกคนละโลก ทั้งๆ ที่มันอยู่ติดกันกับความจริง แค่เราเปิดใจ กล้าที่จะตามล่าความฝัน  ลองคิดดู ที่เราทำงานอยู่ตอนนี้เพราะอะไร? แล้วอีกซัก 20-30 ปีข้างหน้าเราจะเป็นยังไง? ถ้ายังคิดในกรอบ วันข้างหน้า ก็คงต่างกับวันนี้ไม่มาก อาจจะ "บวก" หรืออาจจะ "ลบ"  คุณรอมันมานานแค่ไหน ความฝันตั้งแต่คุณเรียนจบ หรือ ....คุณรอความฝันคุณได้ แต่คนที่รอคุณไม่ได้อีกแล้ว คือ คนที่คุณรัก เขารอคุณอยู่ รอดูความสำเร็จของคุณ สิ่งที่เรากลัวคือสิ่งที่เราคิดไปเอง เพราะฉนั้นเราถึงต้องเป็นคนที่แพ้ แพ้ตั้งแต่ยังไม่ลงแข่ง มันช่างน่าอายจริงๆจากรูปที่ 2 คนที่คิดนอกกรอบ จะเห็นว่าความฝันของเขาใกล้เข้าไปทุกที เพราะเขากล้าที่จะทำมัน เขามองเห็นแล้วว่า สิ่งที่เป็นอยู่ และสิ่งที่กำลังจะเป็น มันต่างกันลิบลับ เขาลงมือทำวันนี้ เพื่อล่าฝันให้ใกล้เข้ามาทุกทีๆ ต่างกับคนที่คิดแบบในกรอบ ถึงแม้เขาจะพยายามซักเพียงใด เหนื่อยแค่ไหน แต่มันก็ ถูกจำกัดไว้ด้วยกรอบ ฉะนั้นลองคิดดูกันเอาเองครับ ว่าจะอยู่ในกรอบต่อไป หรือ ออกมานอกกรอบกัน----------------------------------------------------บทความที่ผมเขียนมาข้างต้น ผมนำมาจากบทความของธุรกิจขายตรง หรือ MLM (Multi-Level Marketing) แล้วขยายความเพิ่มเติมจากมุมมองของผมเองผมคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์กับเราทุกคน ผมหวังว่ามันจะเปิดมุมมองใหม่ๆ แนวความคิดใหม่ๆ ที่เราอาจคิดไม่ถึง หรือลืมคิดถึงไป ปล. ผมไม่ได้เสนอให้ผู้อ่านไปทำธุรกิจขายตรงกันนะครับ แต่อยากให้ทุกคนเอาแนวความคิดไปประยุกต์กับวิถีชีวิต การทำงาน ฯลฯ ควมเสื่อมโทรมของบางแสนวันนี้ , หลังจากเชงเม้งที่ชลบุรี คนส่วนใหญ่มักแวะไปเที่ยวบางแสนกันต่อ ..แต่ปีนี้สภาพบางแสนที่ผมเห็นมันช่างเสื่อมโทรมเหลือเกิน ทำให้นึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับบางแสนในอดีต เมื่อประมาณกว่า 20 ปีที่แล้ว บางแสนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนกรุงเทพ และนักท่องเที่ยว (สมัยนั้นพัทยายังไม่เป็นที่นิยมกัน เพราะอยู่ไกลกว่ามาก) จนมาช่วงหนึ่ง (ประมาณ 10 ปีได้) บางแสนที่สวยงามเริ่มเปลี่ยนไป (เหมือนวันนี้) อากาศเต็มไปมลพิษจากควันรถ  ชายหาดเต็มไปด้วยขยะ จากความมักง่ายของผุ้มาเยือนและร้านค้าบริเวณนั้น ที่ต่างทิ้งขยะลงทะเลกัน จนในที่สุดไม่มีใครไปเที่ยวบางแสนกันอีกต่อไป แต่ด้วยความร่วมมือของชาวอำเภอแสนสุข ที่ช่วยกันพื้นคืนสภาพของบางแสนขึ้นมา ทำให้ผู้คน และนักท่องเที่ยวก็กลับมาเที่ยวกันที่นี่อีก ซึ่งก็หมายถึงสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของชาวบ้านอำเภอแสนสุขแต่วันนี้สภาพเริ่มไม่แตกต่างจากช่วงที่เสื่อมโทรมสุดของบางแสนเลย มันช่างน่าเศร้าเหลือเกิน T T..ใครไปเที่ยวบางแสนก็ช่วยกันรักษาความสะอาด อย่าทิ้งขยะลงทะเลกันเลยนะ เทศกาลเชงเม้ง - ไปไหว้บรรพบุรุษที่ชลบุรี , "เชงเม้ง" หรือ "เช็งเม้ง" หรือ "ชิงหมิง" (quing-ming) เป็นประเพณีที่สำคัญมากของชาวจีน ลูกหลานชาวจีนจะไปไหว้บรรพบุรุษกันที่สุสาน เพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ"เชง" หมายถึง สะอาด บริสุทธิ์ และ "เม้ง" หมายถึง แสงสว่าง รวมกันหมายถึง ช่วงเวลาแห่งความแจ่มใส รื่นรมย์ จะเริ่มประมาณวันที่ 5 - 20 เมษายน (วันของแต่ละปีก็จะต่างกันตามปฎิทินจีน) ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ อากาศคลายความหนาวเย็น และมีความอบอุ่นเข้ามา ดังนั้นช่วงเปลี่ยนฤดูนี้ มักมีฝนตกปรอยๆปีนี้ครอบครัวผมไปเชงเม้งวันที่ 16 มีนา ซึ่งจะเร็วกว่าชาวบ้าน เพื่อเลี่ยงรถติด (ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมคนสมัยก่อนถึงชอบไปตั้งสุสานที่ชลบุรี พอถึงเทศกาลก็จะเลี่ยงรถติดไม่ได้ซักที) แต่ก็ยังติดอยู่ดี

myFri3nd

สมัครสมาชิก

โปรไฟล์

เพื่อนอัพเดท

เพื่อนพันธุ์แท้

เพื่อนชื่นชอบ

เพื่อนเยอะ

อัลบั้มรูป

บล็อก

คลับ

โรงเรียน-มหาวิทยาลัย

บริษัท-เพื่อนร่วมก๊วน

บ้านและครอบครัว

แฟนคลับ

งานอดิเรก

กีฬา

เว็บบอร์ด

คุยทั่วไป

ตกแต่ง

ฝากเว็บ

ติดต่อเรา

game เกมส์